ทัพขนไก่ทีมชาติไทย ผสมผสาน 3 โค้ชมากฝีมือ วางเป้าเก็บเหรียญโอลิมปิก

นายกสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ได้เป็นประธานในการแถลงข่าวในงานพิธีลงนามในสัญญาว่าจ้างกับผู้ฝึกสอนหญิงชาวเกาหลีใต้ คิม จี ยุน (Kim Ji-hyun) , ผู้ฝึกสอนสาวอินโดนีเซีย อากุส ดวี ซานโตโซ (Agus Dwi Santoso) และอดีตนักแบดมินตันประเภทชายคู่ ทีมชาติไทย มณีพงศ์ จงจิตร เป็นผู้ฝึกสอนของสมาคมกีฬาแบดมินตันฯ ที่โรงแรมอโนมา แกรนด์ ถนนราชดำริ เมื่อวันศุกร์ที่ 4 มีนาคม 2565

 

และการที่สมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ ได้ดำเนินการคัดเลือกผู้ฝึกสอนที่ดีที่สุด สำหรับฝึกสอนนักกีฬาของทีมชาติไทยของสมาคมกีฬาแบดมินตันฯ ซึ่งในงานวันแถลงข่าวลงนามสัญญาฯ ทางคุณหญิงปัทมา ก็ได้กล่าวไว้ว่า การดำเนินการในครั้งนี้เป็นการดำเนินการที่ให้เป็นไปตามวิสัยทัศน์ของสมาคมกีฬาแบดมินตันฯ ที่ได้มีความมุ่งมั่นให้ทีมนักกีฬาได้ไปสู่ความเป็นเลิศในระดับโลก และเป็นไปตามยุทธศาสตร์ของสมาคมกีฬาแบดมินตันฯ คือ B ยกกำลังสาม ซึ่งตัวอักษร B ตัวที่หนึ่งนั้นคือ Build World Champions ซึ่งได้หมายถึงการสร้างแชมป์โลก ด้วยการพัฒนาให้เหล่านักกีฬาไปสู่ความเป็นเลิศในระดับโลก และให้นักกีฬาทีมไทยสามารถติดอยู่ใน 10 อันดับแรกของโลกในทุกประเภทและทุกรายการแข่งขัน และมุ่งมั่นเพื่อไปสู่เหรียญทองโอลิมปิก ซึ่งในขณะนี้ทางสมาคมกีฬาแบดมินตันฯ ก็ได้เร่งเพื่อเตรียมความพร้อมในตัวของนักกีฬาทีมชาติไทยเพื่อที่จะเข้าร่วมแข่งขันในหลาย ๆ รายการ เช่น การแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ที่นครหางโจว ในเดือนกันยายน 2565 , การแข่งขันกีฬาซีเกมส์ และการแข่งขันโธมัสแอนด์อูเบอร์คัพ 2022 ในเดือนพฤษภาคม 2565 นี้ และสมาคมกีฬาแบดมินตันฯ ก็ได้มีเป้าหมายที่สำคัญที่สุด คือ อีก 2 ปีข้างหน้า ทักนักกีฬาแบดมินตันทีมชาติไทยจะมีความสามารถที่จะคว้าเหรียญประวัติศาสตร์ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ปี 2024 ได้สำเร็จ

คุณหญิงปัทมา นายกสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ ยังได้กล่าวอีกด้วยว่า “ขอต้อนรับผู้ฝึกสอนทั้ง 3 ท่าน เข้าสู่การทำงานร่วมกันกับเจ้าหน้าที่และนักกีฬาทีมชาติไทยทุกคน และต้องขอขอบคุณผู้ฝึกสอนทั้งสามท่าน สำหรับความมุ่งมั่นตั้งใจของเหล่าผู้ฝึกสอน ที่จะเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับทัพนักกีฬาแบดมินตันทีมชาติไทย เพื่อให้ไปสู่ความเป็นเลิศ และประสบความสำเร็จในการแข่งขันระดับโลกได้ อีกทั้งยังสามารถร่วมกันสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยในวงการกีฬาแบดมินตันทั้งการแข่งขันในระดับประเทศ และการแข่งขันในระดับต่างประเทศ และยังได้นำความสุขมาสู่คนไทยทั้งประเทศ ทั้งนี้ ทางสมาคมกีฬาแบดมินตันฯ ได้มีความเชื่อมั่นว่าการฝึกสอนแบบผสมผสานกันระหว่าง ผู้ฝึกสอนชาวต่างชาติที่ได้มีประสบการณ์ในการสร้างนักกีฬาสู่ระดับโลกหลายราว กับผู้ฝึกสอนชาวไทยที่ได้เคยเป็นอดีตนักกีฬาที่มากฝีมือได้อย่างลงตัว และการผสมผสานกันในครั้งนี้จะเป็นกลไกที่สำคัญในการที่จะขับเคลื่อนให้สมาคมกีฬาแบดมินตันฯ ได้มุ่งสู่ความสำเร็จในการที่จะพัฒนานักกีฬาสู่ความเป็นเลิศต่อไป ได้ประกอบกับจะได้เป็นประโยชน์ให้กับเหล่านักกีฬารุ่นใหม่ ๆ ที่สมาคมฯ ได้ให้การสนับสนุนตามนโยบายโครงการ Farming ที่นักกีฬาจะได้เรียนรู้และได้เสริมสร้างให้นักกีฬามีประสบการณ์เพิ่มเติม จากทีมงานผู้ฝึกสอนในชุดนี้”

 

สำหรับ ผู้ฝึกสอน คิม จี ฮุน ซึ่งมีดรีกรีได้เป็นอดีตนักแบดมินตันประเภทหญิงเดี่ยวอันดับชั้นนำของประเทศเกาหลีใต้ ในช่วงปี 1990 – 2000 ซึ่ง คิม จี ฮุน ได้มีประสบการณ์การคุมนักแบดมินตันในระดับโลกหลายคน อาทิเช่น ซัง จี ฮยุน , อัน แซ ยอง และยังได้เคยพา พีวี สินธุ ไปคว้าแชมป์ในระดับโลกมาแล้ว และในส่วนของผู้ฝึกสอน อากุส ดวี ซานโตโซ ก็ได้เคยทำหน้าที่เป็นผู้ฝึกสอนของทีมชาติอินโดนีเซีย, ทีมชาติเกาหลีใต้, ทีมชาติอินเดีย และได้เคยคุมนักกีฬาในระดับโลกหลายคน อาทิเช่น นักกีฬาอดีตมือ 1 ของโลก ชอน วาน โฮ และ คีดามบี้ ศรีขานต์ ได้เคยทำผลงานและสร้างชื่อให้กับ กันตพณ หวังเจริญ ในการแข่งขันและสามารถคว้าเหรียญประวัติศาสตร์ เหรียญทองแดงชิงแชมป์โลกปี 2019 ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ได้สำเร็จ

 

ทั้งนี้ผู้ฝึกสอนทั้ง 3 ท่าน จะได้ทำงานร่วมกันกับ , สิบเอก ปฏิพัทธ์ ฉลาดแฉลม “โค้ชบอล” , สิทธิชัย วิบูลย์สิน “โค้ชไอซ์” และ นาวาอากาศโทหญิง สราลีย์ ทุ่งทองคำ “โค้ชส้ม”