รอง อธ.อัยการศาลแขวงได้เปิดโทษ คดี ‘อิศเรศ’ ฟันศอกใส่คู่แข่ง ผิดทั้งอาญา ผิดทั้งแพ่ง

เมื่อวันอังคารที่ 15 มีนาคม 2565 นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีศาลแขวง ได้ระบุถึงกรณีของ นายอิศเรศ น้อยใจบุญ นักกีฬาฟุตบอลตำแหน่งกองกลางของทีมบางกอก เอฟซี หลังจากที่ได้ก่อเหตุการณ์รุนแรงด้วยการเข้าไปฟันศอกใส่ นายศุภสัณฑ์ เรืองศุภนิมิต นักกีฬาฟุตบอลของทีมมหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ ในการแข่งขันฟุตบอลรายการมังกรฟ้าลีก ไทยลีก 3 ในรอบเพลย์ออฟ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 มีนาคม 2565 ที่ผ่านมา

 

รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีศาลแขวงได้ระบุว่า ในเกมการแข่งขันได้มีกรรมการ นอกเกมการแข่งขันก็จะมีตำรวจ มีกฎหมายเพื่อใช้ตัดสินความผิด ถ้าหากว่าอยากตัดสินเองก็ต้องพร้อมที่จะตกเป็นผู้ต้องหา การรู้แพ้ รู้ชนะ รู้จักการให้อภัย เป็นพื้นฐานของน้ำใจนักกีฬา อัยการหนุ่ยจึงได้แจ้งว่าอยากบอกให้รู้ว่า การแข่งขันกีฬา ถ้าหากว่าขาดสติ เปลี่ยนประเภทของกีฬาจากกีฬาฟุตบอลเป็นกีฬามวย นักกีฬาคนนั้นก็จะไปไม่สวย เพราะนอกเกมการแข่งขขันชีวิตอาจจะจบเกมได้ ผมได้เห็นข่าวนักกีฬาฟุตบอลได้ฟันศอกซ้ายในนักกีฬาฟุตบอลฝ่ายตรงข้ามเข้าเต็มๆ ที่ใบหน้า ในสนามฟุตบอล ไม่ใช่ในสนามมวย เมื่อเห็นข่าวในครั้งแรกก็ตกใจ เพราะว่าอัยการก็จะคิดถึงเรื่องกฎหมายในทันที

 

นายโกศลวัฒน์ รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีศาลแขวง ได้กล่าวอีกว่า สิ่งที่ได้เห็นตามในภาพข่าว คือเรียกได้ว่ามีเจตนาทำร้ายร่างกาย หากคิดถึงผลที่ได้ตามมา คือในข้อหาที่ทำร้ายร่างกายให้บาดเจ็บสาหัส คือถ้าหากว่ามีการรักษาเกินกว่า 20 วัน จะมีโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนไปจนถึงสิบปี และจะปรับตั้งแต่จำนวนเงินหนึ่งหมื่นบาทไปจนถึงสองแสนบาท ถ้าหากว่าอาการไม่สาหัสมากจะมีโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือมีโทษปรับไม่เกินจำนวนเงินสี่หมื่นบาทหรือมีโทษทั้งจำทั้งปรับ

ค่าเสียหายในทางคดีแพ่งจะต้องรับผิดชอบในส่วนของค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด หากว่าทำงานไม่ได้รายวันทั้งหมดหรือมีความเสียหายในด้านอื่น ๆ ที่ได้เกิดจากการที่ใช้ชีวิตตามปกติไม่ได้ก็ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในส่วนนั้นด้วย ถ้าหากคิดเป็นจำนวนเงินคงจะเป็นจำนวนที่หนักหนาสาหัสเช่นกัน ตามข่าวจะเห็นว่าผู้บาดเจ็บได้เข้าเอกซเรย์ ดำเนินการสแกนสมอง พบว่ากระดูกส่วนใบหน้าร้าว แผลที่แตกก็ได้มีการเย็บไปถึง 24 เข็ม ทำให้ยังไม่สามารถที่จะรับประทานอาหารได้ ทางด้านทีมฟุตบอลต้นสังกัดของผู้บาดเจ็บก้ได้ประกาศไว้ว่าจะเอาเรื่องเต็มที่ ต่อไปนี้คงต้องเจอทั้งคดีแพ่งและทั้งคดีอาญาตามมาอีกด้วย เพราะว่าการขาดสติจึงเปลี่ยนประเภทกีฬาฟุตบอลเป็นกีฬามวยนอกเกมแทน ทางต้นสังกัดก็ได้ประกาศยกเลิกสัญญากับนักฟุตบอลหัวร้อนรายนี้แล้ว ชาวบ้านก็ได้เข้าใจได้ว่าเมื่อได้ไล่ออกแล้ว นักกีฬาเสียประวัติ และได้มีภาพข่าวดังกล่าวปรากฏไปแล้วทั่วประเทศ

 

ถึงแม้ว่าทางเจ้าตัวจะได้ออกมาขอโทษ แต่ถ้าหากว่ามีสติคงไม่ต้องมีการขอโทษเช่นนี้ สติจะหยุดตัวเราเพื่อไม่ให้เรานั้นทำเรื่องที่ไม่ดี เมื่อโดนเข้าถึงไปขนาดนี้ก็อาจจะดับอนาคตในทางการกีฬาฟุตบอลเลยก็ว่าได้ และได้เสียโอกาสที่จะได้เล่นในเกมที่ตนเองรัก และครั้งนี้ก็เป็นบทเรียนที่แม้ว่าจะออกมากล่าวขอโทษไปแล้วก็ตาม แต่ก็ยังมีคำพูดที่บอกว่าการกระทำที่เกิดขึ้น เกิดจากเพราะเขานั้นได้เข้ามาเตะทางด้านหลังของผมก่อน ในเกมการแข่งขันย่อมมีกติกาอยู่ ถ้าหากว่าเค้าได้เตะคุณจากทางด้านหลัง ทางกรรมการจะต้องเป็นคนที่ได้พิจารณาลงโทษ ไม่ใช่ว่าคุณตรงเข้าไปฟันศอกเขาคืนได้ หากเป็นอย่างนี้จะเรียกได้ว่าไร้กติกา ขาดสติลุแก่โทสะจะมีผลของการกระทำต้องตามภายหลังอย่างแน่นอน

 

ในส่วนของค่าเสียหายที่ได้อาจถูกฟ้องร้องในการดำเนินคดี ในทางคดีแพ่งเรื่องการรักษาพยาบาลในกรณีเช่นนี้คาดว่าน่าจะเกินจำนวน 100,000 บทลงโทษทางคดีอาญาจะมีอัตราโทษทางคดีอาญาก็ไม่เบาทีเดียว จึงต้องมาลุ้นกันว่าขอให้ศาลตัดสินให้รอลงอาญาถ้าหากไม่รอ ก็มีโอกาสที่จะเข้าเรือนจำได้เลย

 

จึงฝากเรื่องนี้กันไว้นะครับ การใช้ชีวิตประจำวันจะต้องมีสติ หากถูกข่มเหงรังแก ในเกมการแข่งขันนั้นมีกรรมการ นอกเกมการแข่งขันมีตำรวจ มีกฎหมายเป็นเครื่องตัดสิน ถ้าหากว่าอยากที่จะตัดสินเรื่องดังกล่าวเองก็ต้องพร้อมที่จะต้องตกเป็นผู้ต้องหาในกรณีดังกล่าว ตามกฎหมายแล้วไม่เคยที่จะอนุญาตให้ใครนั้นตัดสินด้วยความรุนแรงกันเอง ต้องรู้จักกลืนกล้ำ เลิศล้ำในความเป็นยอดคน หากอดทนอะไรไม่ได้ ชีวิตก็จะเดินไปต่อลำบาก สติจะสามารถช่วยให้เราได้รู้จักกับคำว่าอดทน นายโกศลวัฒน์ ได้กล่าวไว้