ศศลักษณ์ ไหประโคน : จากเด็กบ้านนอก สู่เส้นทางฟุตบอลอาชีพใน เค ลีก เกาหลีใต้

ศศลักษณ์ ไหประโคน มีชื่อเล่นว่า “พี” เกิดเมื่อวันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2539 นักฟุตบอลอาชีพชาวไทย เด็กหนุ่มจากอำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ และได้เป็นนักฟุตบอลชาวไทยคนที่สองที่ได้ที่ได้ไปค้าแข้งใน เค ลีก ลีกฟุตบอลของประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งนักกีฬาฟุตบอลคนแรกของไทยที่ได้ไปค้าแข้งที่ เค ลีก เมื่อ 35 ปีก่อน คือ ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน นั่นเอง

 

ศศลักษณ์ ไหประโคน ได้เคยให้สัมภาษณ์กับสื่อหลายๆสำนักว่า ได้เติบโตมาในครอบครัวที่มีฐานะค่อนข้างยากจน เส้นทางในการก้าวเข้ามาสู่วงการฟุตบอลของ ศศลักษณ์ ไหประโคน คือได้เริ่มไปคัดตัวกับโรงเรียนประโคนชัย ในฐานะนักกีฬาของโรงเรียน แต่ในการคัดตัวของ ศศลักษณ์ ไหประโคน ในครั้งแรกนั้นคัดตัวไม่ติดทำให้ ศศลักษณ์ ไหประโคน ต้องใช้วิธีการสอบเข้าเรียนแทน และเขานั้นก็สอบเข้าเรียนได้ แต่ไม่ได้เข้าไปเรียนในโควตานักกีฬาฟุตบอล เมื่อได้มีโอกาสเข้าไปเรียนแล้ว เจ้าตัวได้มีหัวใจรักในกีฬาฟุตบอลจึงได้ฝึกซ้อมในวันศุกร์ วันเสาร์ วันอาทิตย์ ไม่ยอมที่จะกลับบ้าน และทุ่มเทฝึกซ้อมอย่างหนัก ด้วยความหวังที่ว่า กีฬาฟุตบอลจะสามารถมอบสิ่งดี ๆ ให้กับเขาในอนาคต

 

ในช่วงวัยเด็กของ ศศลักษณ์ ไหประโคน นั้น ไม่ว่าที่ไหนเปิดให้เข้าไปคัดตัวเป็นนักกีฬาฟุตบอล เขาจะไปเข้าร่วมคัดตัวด้วยเสมอ แต่เนื่องด้วยเขาได้มีรูปร่างที่ผอมและตัวเล็ก จึงทำให้เขานั้นคัดตัวไม่ติด เด็กต่างจังหวัดอย่าง ศศลักษณ์ ไหประโคน จึงมีความคิดว่า การเข้ากรุงเทพ คือ สถานีต่อไปของชีวิต ศศลักษณ์ ไหประโคน ได้เข้ามาคัดตัวในโรงเรียนดัง ๆ กับเพื่อน ๆ แต่เขาก็คัดตัวไม่ติดเหมือนเช่นอย่างเดิม สุดท้าย ศศลักษณ์ ไหประโคน ได้มีโอกาสไปคัดตัวที่โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี ในการคัดตัวครั้งนี้ เขาได้คัดติดเป็นนักกีฬาฟุตบอลของโรงเรียนฯ

ศศลักษณ์ ไหประโคน เคยได้เปิดเผยว่า เค้านั้นรู้สึกโชคดี ที่ได้มาอยู่ที่โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี เพราะได้มีโค้ชผู้ฝึกสอน คือ อาจารย์สกลฯ ที่ได้ดูแลและมีความเข้าใจถึงความรู้สึกของเด็ก ๆ เป็นอย่างดี อาจารย์สกล จะบอกกับพวกเด็ก ๆ อยู่เสมอว่า ถ้าใจสู้ ก็สู้ได้ทุกอย่าง และเจ้าตัวคิดว่าอาจารย์คงเห็นสิ่งนี้ในตัวเขา

 

ชีวิตระหว่างกีฬาฟุตบอลและกีฬาฟุตซอลของ ศศลักษณ์ ไหประโคน ก็มีความน่าสนใจ เพราะว่าในช่วงวัยเด็กของเขา เขาจะมีความเก่งกาจในกีฬาฟุตซอล เขามีความโดดเด่นถึงขั้นที่มีโอกาสติดเป็นตัวแทนทีมชาติได้เลย ช่วงนั้น ศศลักษณ์ ไหประโคน ได้เล่นทั้งฟุตบอลและฟุตซอล ในส่วนของฟุตบอลนั้น ศศลักษณ์ ไหประโคน ได้เล่นในรายการ โค้ก คัพ ให้กับกับทีม แบงค็อก ยูไนเต็ด และในตอนนั้นได้มีโค้ช ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล เป็นผู้ที่ทำทีมอยู่ในตอนนั้น เป็นผู้ดึง ศศลักษณ์ ไหประโคน ให้ไปร่วมทีมด้วย แต่ถ้าหาก ศศลักษณ์ ไหประโคน อยากไปในสายของฟุตซอลก็ได้มีทีม ชลบุรี บลูเวฟ รอให้เขาได้เข้าร่วมทีมอยู่ เพราะว่าศศลักษณ์ ไหประโคน ได้เคยเก็บตัวกับทีมชลบุรี บลูเวฟ มาแล้ว แต่ถ้าหากเลือกกีฬาฟุตบอลค่าตอบแทนก็จะเยอะ และมีความมั่นคงในสายอาชีพมากกว่า ทำให้ ศศลักษณ์ ไหประโคน เกิดการสองจิตสองใจว่าไปในเส้นทางไหนดี ระหว่างค่าตอบแทนในสายฟุตบอล กับอนาคตที่จะติดทีมชาติสายฟุตซอล แต่สุดท้ายแล้ว ศศลักษณ์ ไหประโคน ก็ได้เลือกฟุตบอล ถึงแม้ว่าเจ้าตัวจะไม่รู้ว่าในอนาคตจะไปได้ไกลแค่ไหนก็ตาม

เส้นทางสายฟุตบอลของ ศศลักษณ์ ไหประโคน ก็มีความน่าสนใจ เมื่อได้ย้ายเข้ามาอยู่ในทีมใหญ่อย่าง แบงค็อก ยูไนเต็ด ในช่วงฤดูกาล 2014 ทีม แบงค็อก ยูไนเต็ด ได้มีการเปลี่ยนแปลง ทางด้านของโค้ช ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล ไม่อยู่ กลายเป็นโค้ชมาโน่ โพลกิ้ง เป็นผู้มาดูแลทีมแทน ศศลักษณ์ ไหประโคน ได้อยู่ในลิสของโค้ชมาโน่ โพลกิ้ง แต่โอกาสในการลงสนามช่วยทีมมีน้อยมาก ๆ ศศลักษณ์ ไหประโคน ได้มีโอกาสฝึกซ้อมกับนักเตะในชุดใหญ่แต่ไม่มีโอกาสได้ลงเล่น หรือเป็นผู้เล่นสำรองนั่นเอง เจ้าตัวจึงใช้โอกาสในช่วงนั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการศึกษาเล่าเรียน เรื่องเดินทางมาฝึกซ้อมกับทีมชุดใหญ่ จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของ ศศลักษณ์ ไหประโคน ได้มาถึงอีกครั้งในช่วงปี 2017 เมื่อทีมบ้านเกิดอย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้ทาบทาม ศศลักษณ์ ไหประโคน ให้เข้าร่วมทีม และเจ้าตัวก็ได้ตัดสินใจย้ายไปเล่นให้กับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทีมยักษ์ใหญ่ ดีกรีแชมป์ฟุตบอลไทย ลีก หลายสมัย เจ้าตัวได้พูดไว้เสมอว่า เขาได้เชื่อว่าการทำงานหนัก สักวันผลของการทำงานหนักจะย้อนกลับมาตอบแทนเขา และศศลักษณ์ ไหประโคน ก็ได้รับผลตอบแทนแบบที่เขาได้เชื่อไว้จริง ๆ และในปีนี้ ศศลักษณ์ ไหประโคน ได้มีโอกาสเข้ามาหลายอย่าง อีกหนึ่งอย่างก็คือ ได้ไปร่วมแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ที่ประเทศมาเลเซีย และในครั้งนั้นก็ได้เป็นการติดเป็นตัวแทนทีมชาติครั้งแรกของเจ้าตัวเลยก็ว่าได้

 

นักกีฬาฟุตบอลชุดที่ได้ไปแข่งขันกีฬาซีเกมส์ 2017 ชุดนั้น ได้มีกระแสวิจารณ์เป็นอย่างหนักว่าจะไปได้ไกลแค่ไหน แต่สุดท้ายนักฟุตบอลชุดนี้ก็สามารถเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้ และสามารถคว้าเหรียญทองได้สำเร็จ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เส้นทางสายฟุตบอลของ ศศลักษณ์ ไหประโคน ก็ได้พัฒนาเรื่อยมา หากได้เคยชมการแข่งขันของ ศศลักษณ์ ไหประโคน  จะเห็นได้ว่าเขานั้นสามารถเล่นได้หลายตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็นริมเส้น หรือในช่วงหลัง ๆ มานี้ จะเห็นได้ว่าเขาได้เล่นอยู่ในตำแหน่งแบ็กซ้าย และเขาเองก็ได้แสดงให้เห็นถึงฟอร์มการเล่นที่ได้พัฒนาขึ้น

 

ปี 2021 ชีวิตของ ศศลักษณ์ ไหประโคน ได้เปลี่ยนแปลงอีกครั้ง เมื่อมีการติดต่อมาจากทีมใน เค ลีก ของประเทศเกาหลีใต้ อย่างทีม ชอนบุกฮุนไดมอเตอร์ เป็นประวัติศาสตร์นักกีฬาไทยที่ไปค้าแข้งในประเทศเกาหลีใต้อีกครั้งในรอบกว่า 35 ปี ด้วยกัน