เธียร์รี่ อองรี นักเตะในตำนาน ขวัญใจมหาชน ทีมชาติฝรั่งเศส

เธียร์รี่ อองรี ยอดดาวยิงชาวฝรั่งเศส ฉายาเพชรฆาตถล่มประตู ถือว่าเป็น ดาวยิง ที่มีลีลา ในการเล่นฟุตบอล ที่ไม่เหมือนใคร เขาคนนี้เป็นนักเตะยุค 90 ที่มีฟอร์มร้อนแรง  เขาคนนี้อยู่ในระดับ แนวหน้าของโลก และยังเป็นไอดอล ของนักเตะฝรั่งเศส ในยุคปัจจุบัน หลาย ๆ คนอีกด้วย และยังกลายเป็นตำนานของ อาร์เซนอล อีกด้วย

เธียรี่ อองรี หรือ เธียร์รี่ ดาเนียล อองรี  เขาเกิดเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 1977 ที่เมืองเลซูลิส ประเทศฝรั่งเศสนั่นเอง  ถึงแม้ว่าเมืองนี้จะเป็น เมืองแห่งแฟชั่น แต่ก็มีนักเตะดังหลายคน ที่เกิดเมืองนี้ เขาชื่นชอบการเล่นฟุตบอลตั้งแต่เด็ก เขามีความสามารถ ที่โดดเด่นกว่าเพื่อนรุ่นเดียวกัน เขาได้เล่นในตำแหน่งกองหน้า และก็สามารถโยกไป เล่นปีกได้ดีเช่นกัน  เขาเริ่มเล่นฟุตบอลอย่างจริงจัง ตั้งแต่อายุ 13 กับทีมเยาวชนบ้านเกิดอยู่พักใหญ่ และได้รับการยกย่อง ให้เป็นนักเตะ ที่มีฝีเท้าที่หาตัวจับยาก จนมีแฟนบอลหลายคน อยากรู้ว่า อองรี แปลว่า อะไรกันแน่ ในภาษาฝรั่งเศส  ความสามารถของเขาโดดเด่นเหนือคนอื่นมาก ทั้งการสร้างสรรค์เกมรุก และสามารถจบสกอร์ ได้บ่อยครั้ง อองรี ได้เข้าเรียนฟุตบอล กับทีม เยาวชนฝรั่งเศส  และได้เซ็นสัญญาเป็นนักฟุตบอลอาชีพ กับสโมสรโมนาโก ตอนที่เจ้าตัวอายุได้ 17 ปี ซึ่งขณะนั้น อาร์แซนเวนเกอร์ คือกุนซือ ของสโมสรโมนาโก นั่นเอง

ช่วงแรก ที่อองรีได้ไปเล่นให้กับโมนาโก เขาได้ไปเล่นในตำแหน่งปีกซ้ายก่อน จึงทำให้เขายิงได้เพียง 3 ประตู จากการลงเล่น 18 นัด โดยในปี 1996  เขายังได้รับรางวัล นักเตะดาวรุ่ง ยอดเยี่ยมของฝรั่งเศส และยังมีส่วนพาทีมโมนาโก คว้าแชมป์ลีกเอิง ในฤดูกาล 1996-1997 ได้สำเร็จอีกด้วย

ตามมาด้วย เข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศ ยูฟ่าฯในปี 1997-1998  เขาเป็นนักเตะฝรั่งเศสที่ประประตูมากที่สุด ถึง 7 ลูก  และเขายังเป็น นักเตะฝรั่งเศส ชุดแชมป์โลก 1998 อีกด้วย  “อองรี” ลงเล่นในเกมลีกให้ โมนาโก 105 นัด ยิงได้ 20 ประตู หลังจากนั้น เขาก็ย้ายจากทีมโมนาโก ไปเล่นให้กับทีมยูเวนตุส ด้วยค่าตัว 12.5 ล้านยูโร (ประมาณ430 ล้านบาท) ในเดือน มกราคม ปี 1999  แต่เขาได้ลงเล่นในตำแหน่งปีก ทำให้เขาไม่สามารถปรับตัวได้ ส่งผลให้เขาโชว์ฟอร์ม ไม่ค่อยจะออก ส่งผลให้อยู่กับ ยูเวนตุสเพียงระยะเวลาสั้นๆ แค่ 6 เดือน เขาก็ได้ย้ายไปร่วมทัพ กับ “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล ด้วยค่าตัว 11 ล้านปอนด์(ประมาณ 450 ล้านบาท) ทำให้ได้ร่วมงานกับนายเก่า เวนเกอร์ อีกครั้ง

การย้ายมาอยู่กับทีม “ปืนใหญ่” ในปี 1999 เขาได้กลับมาเล่นในตำแหน่งที่ถนัดอีกครั้ง นั้นคือ กองหน้าตัวเป้า แม้จะต้องปรับตัวบ้าง แต่เขาก็ระเบิดฟอร์เก่ง ซัดไป 26 ลูก ช่วยให้อาร์เซนอล ได้เป็นรองแชมป์พรีเมียร์ลีกและรองแชมป์ยูฟ่า คัพ หลังจากนั้น เขาก็กลายเป็น ดาวซัลโวสูงสุดของทีม ระเบิดฟอร์มแบบเต็มที่ ตอนนี้เขาได้กลายเป็นนักเตะที่มีความสามารถได้อย่างครบเครื่อง

ในฤดูกาลต่อมา เขาก็โชว์ฟอร์มได้ดี อย่างต่อเนื่องกับอาร์เซนอล ในฤดูกาล 2001 – 2002  อองรี สามารถ ช่วยให้ทีม คว้าแชมป์พรีเมียรร์ ลีก มาครองได้สำเร็จ พร้อมกับรางวัลดาวซัลโวด้วย  และยังคว้าแชมป์ เอฟ เอ คัพ มาครองได้ในฤดูกาลเดียวกัน  เป็นปีที่ อาร์เซนอล คว้าดับเบิ้ลแชมป์มาครอง ถือเป็นประวัติศาสตร์ใหม่ ของสโมสรอีกด้วย

ความสำเร็จของ อองรี กับ อาร์เซนอล  ยังไม่หมดแค่นี้  ยังมีมาต่อเนื่อง จนมาถึงฤดูกาล 2002-03 โดยครั้งนี้ได้ ถ้วย เอฟเอ คัพ และ อองรี นั้นก็ยังได้รางวัลนักเตะยอดเยี่ยม พีเอฟเอ ไปครองอีกด้วย ฤดูกาลถัดมาในปี  2003-04 ปืนใหญ่ ยังเดินหน้าสร้างผลงานยิ่งใหญ่ ด้วยการคว้าแชมป์ พรีเมียร์ ลีก แบบไร้พ่ายทั้งฤดูกาล ส่วน อองรี  สร้างผลงานอีกครั้ง ด้วยการได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยม พีเอฟเอ เป็นสมัยที่สองติดต่อกัน

ต่อมาในปี 2005 อองรี ทำลายสถิติดาวยิงสูงสุดของสโมสรได้ โดยแซงหน้าสถิติ 185 ประตู  ของ เอียน ไรท์ ได้ ก่อนที่เจ้าตัว จะคว้าดาวซัลโวของลีกในฤดูกาล 2005-2006 และช่วยทีมเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก แต่พ่ายให้กับ บาร์เซโลนา ด้วยสกอร์ 2-1

เข้าสู่ฤดูกาล 2006-2007 อองรี เริ่มมีปัญหาอาการบาดเจ็บ และได้ลงสนามน้อยลง  ทำให้เขาตัดสินใจ ขอย้ายไปร่วมทีมบาร์เซโลนา ด้วยค่าตัว 24 ล้านยูโร(ประมาณ 830 ล้านบาท)  และเขายังคงใส่เสื้อเบอร์ 14 และได้กลับมาเล่นในตำแหน่งปีก แม้ผลงานจะไม่โดดเด่นเหมือนตอนอยู่กับ อาร์เซนอล  แต่เขาก็สามารถ คว้าตำแหน่ง ดาวซัลโวสูงสุด ของทีมมาครองได้ จนมาถึง ฤดาล 2008-2009 อองรี ได้ระเบิดฟอร์มร้อนแรง พา บาร์ซ่า กวาดแชมป์ได้อีกมากมาย ในปีเดียวถึง 6 ถ้วยด้วยกัน เป็นการสร้างชื่อเสียงตัวเอง และสร้างความสำเร็จให้กับ ทีมเจ้าบุญทุ่ม อย่าง บาเซโลนาอีกด้วย   เขาเลิกเป็นนักเตะทีมชาติในปี 2010

ปัจจุบัน หลังจากที่หันหลังกับการเล่นฟุตบอลอาชีพแล้ว  เธียร์รี่ อองรี ได้ผันตัวเองไปเป็นผู้ฝึกสอนฟุตบอล และเป็น Commentator ให้กับสื่อกีฬาดังอย่าง Sky Sport และที่สำคัญ เขายังคงเป็นตำนาน ของทีมชาติฝรั่งเศส ยังเป็นขวัญใจ แฟนบอลฝรั่งเศส ตลอดกาลอีกด้วย