เอเดน อาซาร์ กองกลางตัวรุก ผู้เป็นฝันร้ายของแนวรับ

เอแอน มีกาแอล อาซาร์ ลูกชายของอดีตนักเตะชาวเบลเยียม ที่ได้รับการปลูกฝั่งมากตั้งแต่เด็ก เขาเกิดเมื่อวันที่  7 มกราคม 1991 ในประเทศเบลเยียม   ซึ่งเอเดนเป็นพี่คนโตโดยมีพี่น้องทั้งหมด 4 คน ทุกคนเล่นฟุตบอลอาชีพทั้งหมด  อาซาร์ เป็นนักเตะที่มีพรสวรรค์ในการเล่นฟุตาบอล  เขาเริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่ 4 ขวบ ในสโมสรบ้านเกิด ด้วยที่มีความสามารถเกินเด็ก เค้ามีความเก่งกาจ เรียนรู้ได้เร็ว  จนไปเข้าตาแมวมอง หลังจากนั้นเขาก็ย้ายไปเล่นให้กับ สโมสร ลีลล์ ในลีกเอิง

เส้นทางนักฟุตบอลอาชีพของ เอเดน อาซาร์ เริ่มขึ้นในปี 2005 เมื่อ เอเดน อาซาร์ ได้ตัดสินใจย้ายไปลีกฝรั่งเศสเพื่อเข้าร่วมสโมสรแรกของลีลล์  อาซาร์  ใช้เวลาแค่ 2 ปี กับสโมสรระดับเยาวชน ได้สร้างความประทับใจในความเก่งกาจจนได้ถูกดึงตัวมาเล่นให้กับ ลีลล์ ชุดใหญ่ ภายใต้การคุมทีมของ รูดี การ์ซีอา ในวัยเพียงแค่ 16 ปี เท่านั้นเอง แม้จะมีความกดดัน แต่มันคือแรงผลักให้เค้าโชว์ผลงานได้ดียิ่งขึ้นจนได้รับรางวัลมากมาย  อาทิเช่น  ได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของยูเนี่ยนนักฟุตบอลแห่งชาติ (UNFP) และเป็นนักเตะที่ไม่ใช่ชาวฝรั่งเศสคนแรกที่ได้รับรางวัลนี้ , รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมอีกครั้งในฤดูกาล 2009-2010 กลายเป็นผู้เล่นคนแรกที่ชนะรางวัลถึงสองครั้ง

จากความสำเร็จที่เล่นให้กับ ลีลล์ ทำให้เขาเป็นที่หมายปองของทีมยักษ์ในยุโรป แต่สุดท้ายในเดือนมิถุนายน 2012 เจ้าหน้าที่ของเชลซีได้บรรลุข้อตกลงกับ ลีลล์  เพื่อลงนาม คว้า อาซาร์  เข้าทีมของพวกเขาได้สำเร็จ ด้วยค่าตัวมหาศาล 32 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,600 ล้านบาท) บวกกับค่าเหนื่อยสัปดาห์ละ 170,000 ปอนด์(8.5ล้านบาทต่อสัปดาห์) โดยได้สวมเสื้อหมายเลข 17   เอเดนได้เล่นร่วมทีมเชลซีครั้งแรกในนัดกระชับมิตรก่อนแข่งขันกับซีแอตเทิลซาวเดอร์เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2012 การเล่นในศึกพรีเมียร์ลีกของอังกฤษ มันไม่ง่ายเลย กับการเล่นที่ต้องเข้าปะทะแบบหนักหน่วงตลอดทั้งเกม ทุกเกม แต่เขาก็สามารถผ่านมันไปได้ ด้วยการอาศัยเทคนิคการเล่นที่ยอดเยี่ยม พร้อมกับดันตัวเองขึ้นเป็นนักเตะเบอร์หนึ่งของ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ในเวลานั้นอีกด้วย ในระหว่างปี 2012-2013 อาซาร์ ถูกจับให้นั่งดูเพื่อนเล่น 3 เกม หลังจากที่เขา เล่นได้ผิดฟอร์ม ไม่ตั้งใจและเหมือนจะเป็นตัวถ่วงของทีมในเวลานั้น แต่ในฤดูกาลถัดไป เอเดน อาซาร์ ก็ได้เป็นหนึ่งใน 23 นักเตะที่เสนอ ให้ชื่อเข้าชิงรางวัลเกียรติยศ ‘FIFA Ballon d’Or’ ในขณะที่พลาดรางวัล ‘นักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี’ ให้กับหลุยส์ซัวเรซ ซึ่งในปีนั้นก็สามารถคว้ารางวัล ‘นักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของ PFA’ ได้

ด้วยความสามารถพิเศษในสนาม การสร้างสรรค์เกม,ความรวดเร็วและเป็นตัวอันตรายของกองหลัง ทำให้ อาซาร์ได้เซ็นสัญญาฉบับใหม่เพื่ออยู่ต่อยาวไปอีก ห้าปีครึ่ง กับเชลซีเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2015 ในฤดูกาลนั้นเอเดน อาซาร์ ได้รับเกียรติจากผู้เล่นที่ดีที่สุดโดยได้รับรางวัล ‘PFA Player of the Year’ ยังได้รับการโหวตให้เป็น ‘นักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี’ ของเชลซีเป็นครั้งที่สอง กลายเป็นผู้เล่นคนที่ห้าที่ประสบความสำเร็จในปีที่ผ่านมา

ในครึ่งหลังของฤดูกาล 2015-2016 เอเดน อาซาร์ กลับมาท็อปฟอร์มอีกครั้ง สามารถพาทีมได้รับชัยชนะในลีก 12 นัดติดต่อกัน และได้รับการเสนอชื่อใน ‘ทีม PFA แห่งปี’ เป็นครั้งที่สี่ในระหว่างที่อยู่กับเชลซีเป็นเวลา 5 ปี หลังจากนั้นเขาได้ย้ายไปที่ สโมสร รีล มาดริด ด้วยค่าตัว 89 ล้านปอนด์

อาซาร์ ติดทีมชาติมาทุกระดับ และได้ก้าวมาติดทีมชุดใหญ่ในปี 2008 และได้รับเลือกให้ลงเลนในแมตที่เบลเยี่ยมพบกับลักเซมเบิร์ก ทำให้เขาทำสถิติเป็นผู้เล่นที่มีอายุน้อยที่สุดของทีมชาติเบลเยี่ยม ที่ได้ลงเล่นชุดใหญ่ด้วยวัยเพียง 17 ปี กับ 316 วัน

ส่วนผลงานของ อาซาร์ ในบอลโลก 2018 ที่รัสเซียเป็นเจ้าภาพ เขาได้ถูกแต่งตั้งให้เป็นกัปตันทีมของเบลเยียม  ซึ่งในนัดแรกที่ได้พบกับปานามา อาซาร์ได้ช่วยในการทำประตูที่ 3 ของการแข่งขันโดยส่งให้กับ ลู  ถือว่าทำผลงานได้เป็นอย่างดีจนไปถึงรอบรองชนะเลิศที่ได้เจอกับฝรั่งเศสแต่ก็พลาดท่าแพ้ไป 1 – 0 จึงทำให้ต้องไปวัดในการชิงที่ 3 ซึ่งพวกเขาก็กลับมาท็อปฟอร์มอีกครั้งเอาชนะทีมอังกฤษไปได้ 2 – 0 ทำให้คว้าที่ 3 ไปในปี 2018